ถูกให้ออก


เรื่องราวนี้คือสิ่งที่บริษัททำกับแฟนผม แล้วผมเห็นว่าไม่ถูกต้องเรามีโอกาสสู้คดีมั้ยครับ

ลำดับเหตุการณ์วันที่ 6 พฤษภาคม (วันโดนไล่ออก)
วัน นั้นหนูเพิ่งจะเดินจากด้านล่างมาที่โต๊ะงานชั้นสอง นั่งได้แป๊บเดียวโทรศัพท์ก็ดังขั้น ฝ่ายบุคคลโทรมา บอกว่าให้มาหาหน่อย ก่อนไปหนูก็ส่งเมลที่ค้างอยู่ แล้วเดินไปหาฝ่ายบุคคลที่ห้อง พอหนูไปถึงเดินเข้าไปในห้อง ฝ่ายบุคคลที่เป็นผู้หญิงก็ปิดประตูห้อง ภายในห้องมี 3 คน คือ หนู ปีเตอร์ซึ่งเป็นนายฝรั่ง และฝ่ายบุคคลที่เป็นผู้หญิง
หนูเดินเข้าไปยิ้มและทักทายนายฝรั่งก่อน “how about your leg?” หนูถามเพราะนายฝรั่งเหมือนขาจะเจ็บ
นายฝรั่ง: ไม่มองหน้าหนู แล้วเหมือนหันไปทางอื่น หน้าแกเหมือนเครียดๆ
หนูเดินไปนั่งที่เก้าอี้ แปลกใจเล็กน้อยว่าแกเป็นอะไรป่าว เพราะปกติแกจะทักทายดี หนูก็ปล่อยไป
หนู ถามแกว่ามีเรื่องอะไรหรือป่าว
ฝ่ายบุคคลผู้หญิง บอกว่ามีเรื่องจะแจ้ง
หนูถามว่า เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย
ฝ่าย บุคคลผู้หญิง บอกว่า อาจจะเป็นข่าวไม่ค่อยดีเล็กน้อย เค้ายื่นกระดาษ 4 แผ่นให้หนู ตอนนั้นไม่รู้ว่า มันคืออะไร (มารู้ทีหลังว่าเป็นหนังสือยุติสัญญาจ้างมี 2 ชุด จริง 1 ชุด สำเนา 1 ชุด แต่ละชุดมี 2 หน้า)
ฝ่ายบุคคลผู้หญิง บอกว่า ถ้าน้องเซ็นน้องไม่ต้องจ่าย หกแสน
หนู ตกใจมาก เพราะหนูไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้กับหนู หนูตั้งใจทำงานมาตลอด หนูนิ่งไปซักพักนึง2-3 นาทีได้ ตอนนั้นหนูทำท่าทางเหมือนว่าหนูกำลังอ่านหนังสือนั้นอยู่ แต่จริงๆหนูอ่านไม่ได้อ่าน อ่านไม่ออกด้วย เพราะตอนนั้นหนูตกใจมาก หนูถามฝ่ายบุคคลคำถามนึงตอนนั้นว่า บุคคลว่า 14700 บาทนี้หมายความว่าอะไร แกบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับหนู
หนูคิดตลอดช่วงเวลาตอนนั้นว่า นี่หรือ การตอบแทนที่ให้กับคนที่ตั้งใจทำงานให้บริษัทแล้ว เวลาเกือบห้าปีที่หนูทุ่มเท ทำไมนายฝรั่งถึงยอมให้เป็นแบบนี้ หนูพยายามหันไปมองทางนายฝรั่ง แกพยายามไม่มองและหันไปอีกทาง ตอนนั้นหนูจำไม่ได้ว่า หนูเซ็นอะไรไปบ้างหรือยัง ไม่ได้เซ็น แต่รู้สึกว่ายังไม่ได้เซ็น
หนูพูดไปว่า พี่แล้วหนูจะกินอะไร เหมือนไล่ออกเลยเนอะ
ฝ่ายบุคคลก็แปลให้นายฝรั่งฟัง ว่าหนูพูดว่าอะไร แล้วสองคนก็หัวเราะหึๆๆ
แล้วก็เงียบ นิ่งไปครู่
หนูถามว่าฝ่ายบุคคลว่า พี่แล้วหนูผิดอะไร ทำไมต้องไล่หนูออก
ฝ่ายบุคคล หันไปถามนายฝรั่งเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหันมาบอกหนูว่า เพราะมีหนูอยูทีมจึงไม่สามารถทำงานต่อไปได้
หนู อึ้งไปพักนึง เพราะหนูไม่คิดว่ามันจะเป็นคำที่ออกจากปากนายฝรั่ง คนที่หนูคิดจนถึงตอนนั้นว่าแกมีเหตุผลพอและจะไม่ฟังอะไรข้างเดียว หนูน้ำตาคลอ
หนูถามฝ่ายบุคคลอีกว่า ก็ยังมีทางอื่นไม่ใช่หรอ พี่ย้ายหนูไปแผนกอื่นก็ได้
ฝ่าย บุคคลตอบหนูว่า เค้าถามนายฝรั่งแล้วแต่นายฝรั่งบอกว่า แกไม่สามารถให้หนูย้ายตำแหน่งได้เพราะจะเป็นการ Break organize (ประมาณว่าแกไม่สามารถควบคุมคนใต้บังคับบัญชาใต้ และถ้าหนูไปอยู่แผนกอื่นจำนวนคนที่อยู่กับแกก็ลดลง เหมือนเสียอำนาจปกครอง) ฝ่ายบุคคลบอกว่า นายฝรั่งได้คิดดีแล้ว และได้ส่งอีเมลไปถาม เรมี่ซึ่งเป็นประธานบริษัทแล้ว และเรมี่ตอบอีเมลกลับจากอเมริกาว่า ถ้าชีมีปัญหา ก็ให้ชีออก (ชี มาจาก she แปลว่า เธอ)
หนูอึ้งอีกครั้ง หนูหมดแรงแม้แต่จะเซ็นอะไร หนูเสียใจมากๆ อยากจะร้องไห้ และอยากออกจากห้องนั้น ให้เร็วที่สุด
หนู คิดว่า เออจะอยูต่อไปได้ยังไง ประธานบริษัทก็รู้เรื่องนี้และตกลงให้ไล่หนูออกด้วย หนูเริ่มเซ็นใบยุติสัญญาที่ฝ่ายบุคคลมาวางไว้ตอนแรก หนูไม่รู้จริงๆว่าเนื้อหามันเป็นยังไง หนูคิดแค่ว่าหนูไม่เอาค่าฉีกสัญญาคืนจากบริษัทก็ได้ หกแสนหนูยกให้ เพราะบริษัทก็ให้หนูมาเยอะ และยังไงบริษัทก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้หนู เค้าไล่หนูออก
หนูเซ็นใบยุติสัญญาทั้งสองชุดแล้ว
ฝ่ายบุคคลเอาไปดู แล้วบอกว่า น้องที่อยู่ด้วย
หนูตอบไปว่า ก็มีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ
พอดูอีกทีถึงได้รู้ว่าหนูยังไม่เขียนที่อยู่ของหนูเอง เค้าชี้ว่าให้เขียนตรงนี้ หนูก็เขียน
ตอน นั้นหนูไม่รู้ว่า ฝ่ายบุคคลเอา ใบลาออกมาวางไว้ตอนไหน เค้าบอกให้หนูเซ็น วันลาที่ยังไม่ได้ใช้เป็นศูนย์ ทั้งที่ความจริงหนูมีวันลาที่ไม่ได้ใช้เหลืออีก 10 วัน และเซ็นใบลาออก หนูนิ่งไปครู่
ฝ่ายบุคคลพูดอีกว่า ถ้าน้องไม่เซ็น น้องก็ทำงานต่อไปไม่ได้
หนู นิ่งไป แล้วก็เซ็น หนูเหนื่อยแล้ว หนูรู้สึกท้อมาก และไม่คิดว่ามันจะมีทางออกอื่นอีก และก็ยังคิดว่ายังไงก็ต้องได้เงินชดเชยตามกฏหมายเพราะเค้าไล่เราออก
จาก นั้น ฝ่ายบุคคลเก็บเอกสารทั้งหมดไปอย่างเร็ว แต่หนูก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วตอนนั้น ฝ่ายบุคคลบอกว่าเสร็จแล้ว เค้าโทรไปเรียก รปภ ให้มาประกบหนู เค้าบอก รปภ ว่าพาหนูไปเก็บของด้วย
ตอนออกจากห้องนั้นไปที่โต๊ะ ระหว่างที่เดินไป รปภ ถามหนูว่า ทำไมเป็นแบบนี้คุณกุ้ย
หนูบอกหนูไม่รู้เหมือนกันพี่
เราเดินไปเงียบๆที่โต๊ะ หนูเดินก้มหน้า น้ำตาคลอ
เข้า ไปที่โต๊ะทำงาน ไม่มีใครใส่ใจหนู เพราะปกติ หนูจะมีให้พี่ รปภ มาช่วยยกโน่นนี่อยู่แล้ว หนูมาที่โต๊ะโดยที่ยังช็อคอยู่ นั่งซักพัก หนูส่งอีเมลเพื่อจะขอบใจเพื่อนและทุกคนที่ช่วยหนู
Dear all
Today is my last day. I would like to say thank you to all of you to help me for almost 5 years
Bye,
Gui
ตอนนั้นที่เก็บกระเป๋า หยิบมาแค่เวอร์เนียกับไม้ครึ่งวงกลมเท่านั้น ไม่ได้เก็บของทั้งหมดเพราะยังตกใจอยู่
หนูเดินออกจากบริษัท มีพี่ รปภ ประกบ
หนู เดินร้องไห้มาที่รถ แฟนหนูที่มารอกลับบ้านตามปกติก็ถาม หนูบอกบริษัทให้หนูออกแล้ว แฟนถามทั้งที่หนูร้อง หนูก็บอกเค้าว่า เดี๋ยวค่อยเล่าได้ไหม แฟนถามอีกว่าแล้วเซ็นอะไรหรือป่าว
หนูตอบเค้าว่า เซ็น เท่านั้นแหละ แฟนก็ด่าหนูประมาณว่าหนูไปเซ็นทำไม
ตอนนั้นหนูยืนร้องไห้อยู่หน้าบริษัท
ขณะนั้นมีสายเข้ามาในมือถือหนู
สายแรกเป็นเพื่อนในบริษัท ชื่อน็อต ถามว่า***ออก แล้วทำไมไม่บอกกูเลย (ค่อนข้างสนิท)
หนูบอกหนูโดนไล่ออก แล้ว***จะเอาไงต่อ หนูบอกว่าไม่รู้ แล้วหนูก็วาง เพราะไม่สามารถพูดอะไรได้ ร้องไห้อยู่

ตอน ที่หนูคุยมือถือ พี่ รปภ เดินมาหาหนูแล้วบอกว่านายฝรั่งโทรมาให้หนูไปหา รปภ พาหนูไปที่ ฝ่ายบุคคลก่อน เพราะตอนนี้หนูเป็นคนนอกแล้ว ต้องบอกฝ่ายบุคคลก่อน ฝ่ายบุคคลบอกว่าไม่มี ไม่มีใครโทร นายฝรั่งก็ไม่ได้โทร ให้หนูกลับไป
หนูถามเค้าว่า ใบผ่านงานหนูขอด้วย
ฝ่ายบุคคลบอก อ๋อว่าจะเอาไปให้พอดี แล้วเค้าก็เดินไปพิมพ์
หลังจากได้ใบผ่านงาน
หนูถามฝ่ายบุคคลว่า พี่แล้วเงินชดเชยจะจ่ายยังไง
ฝ่ายบุคคลตอบว่า เงินชดเชยอะไร
หนูเริ่มเข้าใจแล้วว่าเอกสารที่ให้หนูเซ็นในห้องนั้นมันไม่ปกติแล้ว หนูบอกฝ่ายบุคคลว่า หนูขอใบที่หนูเขียนเมื่อกี้คืน
ฝ่ายบุคคลบอกว่า ไม่ได้น้อง น้องจะมาอะไรอีก น้องเซ็นไปแล้ว น้องเซ็นเองเลยนะ กลับไปได้แล้ว มันจบแล้ว
หนูรู้สึกแย่มากว่า เพราะความโง่ ที่หนูไปเซ็นใบลาออกเอง
หนูไม่คิดว่าฝ่ายบุคคลจะพูดได้ขนาดนั้น
หนูเดินร้องไห้กลับออกมา
เพื่อน 2-3 คน เดินเข้ามาถาม และมีโทรศัพท์เข้ามาหลายสายเพื่อถามว่าเรื่องราวเป็นยังไง



เรื่องประมาณนี้ครับ มีโอกาสที่จะเรียกร้องค่าชดเชยมั้ย



ผู้ตั้งกระทู้ Watcharapong :: วันที่ลงประกาศ 2011-05-27 20:28:12


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3246466)

 ผมว่า คุณเาเรื่องนี้ไปปรึกษานิติกรที่ศาลแรงงาน ดูว่าสามารถทำอะไรได้มกากกว่านี้

แม้คุณจะลงนามในใบลาออกไปแล้ว แต่หากใบลาออกนั้นคุณไม่ได้เป็นคนเขียนเอง ลงนามอย่างเดียว ก็มีสิทธิต่่อสู้ครับ

การลาออกต้องมีเหตุผลที่จะลาออกครับ ปกติหากฝ่ายบุคคลที่ดี ควรแจ้งว่าคุณมีความผิดอะไร สมควรลาออกเพื่อรักษาชื่อตัวเองไว้ และให้คุณตัดสินใจเอง ว่าจะลาออกหรือจะเลิกจ้าง ไม่ใช่บังคับ หรือหลอกลวงให้คุณเขียนใบลาออก

ฝ่ายบุคคลที่ดีควรต้องเป็นธรรมกับลูกจ้างครับ ผมแนะนำให้ไปที่ศาลแรงงานกลางในวันจันทร์ หากไม่มีความคืบหน้าก็ถามมาอีกได้ครับ เท่าที่ผมทำคดีมา การที่ฝ่ายบุคคลพิมพ์ทุกอย่างให้หมด ลูกจ้างเพียงลงนามเท่านั้น ก็ยังมีโอกาสชนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ที่ปรึกษา วันที่ตอบ 2011-05-28 12:07:17



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.