พนักงานโรงงานเสพยาเสพติด(ผิดกฏหมาย) ให้ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ได้หรือไม่


ทำโรงงานสีขาวมา 7 ปี และออกนโยบายการป้องกันต่างๆ หลายฉบับ แต่ปัจจุบันก็ยังตรวจพบพนักงานเสพยาติดอยู่ พอจะให้ออก สหภาพก็จะเข้ามาช่วย พอถึงขั้นเลิกจ้างจริงๆ พนักงานก็ไปฟ้องศาลแรงงานๆ ศาลมีคำสั่งให้จ่ายค่าชดเชย มันถูกต้องแล้วหรือ ศาลเข้าข้างพนักงานที่ติดยาเสพติด ไม่เข้าข้างนายจ้าง ความยุติธรรมมันอยู่ตรงใหน ช่วยตอบด้วยครับ



ผู้ตั้งกระทู้ เอกรัตน์ (eakarat-dot-pim-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-02-19 07:59:44


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3155926)

มีวิธีแก้ไขครับ เนื่องจากช่วงรัฐบาลทักษิณเขาให้มองว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ผมคิดว่าผู้เสพยาบาคนก็อยากจะเลิกแต่ก็ไม่สามารถเลิกได้เนื่องจากไม่มีผู้ให้คำปรึกษากลุ่มนี้น่าสงสาร ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถแก้ไขหรือคิดจะปรับปรุงตัวเองกลุ่มนี้ไม่น่าจะรักษาไว้ครับ ผมมีวิธีแนะนำคูณเอกรัตน์เพื่อลองไปปฏิบัติดูครับคือ

1. ประกาศให้ผู้ที่ติดสารเสพติดแล้วคิดจะเลิกให้มาแจงความจำนงต่อฝ่ายบุคคลโดยผู้ที่มาแจงผู้นั้นจะไม่มีความผิดและทางบริษัทจะทำการออกค่าใช้จ่ายในการบำบัด ( รักษากลุ่มที่อยากเลิกแต่เลิกไม่ได้ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีด้วยครับ ) ส่วนผู้ที่มิได่มาแจ้งเมือมีการตรวจพบในครั้งแรกจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการบำบัดเอง และเมื่อหลังการบำบัดทั้งในผู้ที่มาแจ้งความจำนงและผู้ที่มิได้มาแจ้งความจำนงเมื่อมีการตรวจปัสสาวะแล้วพบสารเสพติดทางบริษัทจะดำเนินมาตรการตามระเบียบต่อไป (ในระเบียบต้องมีการระบุเรื่องการเสพยาเสพติดเป็นการผิดกฎร้ายแรง )

2.ส่วนผู้ที่ไม่มาแจ้งเมื่อมีการตรวจปัสสาวะแล้วพบสารเสพติดเราจะให้โอกาศเขาในการไปบำบัดโดยต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง และในการพูดคุยนั้นเราจะมีหนังสือให้พนักงานเซ็นรับทราบใจความว่า จากการตรวจปัสสาวะของนาย.... ซึ่งพบสารเสพติดในปัสสาวะทางบริษัทแล้วอ้างอิงตามประกาศของบริษัทคือผู้ที่มาแจงความจำนงในระหว่างวันที่ --- ถึงวันที่.. ทางบริษัทจะส่งไปบำบัดโดยทางทางบิษัทจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่วนผู้ที่มิได้มาแจงความจำนงทางบริษัทจะไม่ออกค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งนาย.......มิได้แจงความจำนงในประกาศดังกล่าวจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองซึงหลังจากข้าพเจ้าเข้ารับการบำบัดแล้วข้าพเจ้าจะไม่หันไปข้องเกี่ยหรือเสพยาเสพติดอีหารทางบริษัทตรวจพบข้าพเจ้ายิดดีให้บริษัทดำเนินตามกฎระเบีบบขั้นสูงสุดต่อไป  แล้วให้ลงชื่อ

ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะแสดงเห็นได้ว่าทางเราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวและทางเรามองเห็นว่าผู้เสพคือผู้ป่วยและเรามีมาตรการดำเนิการดังกล่าวข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้นก็คงจะต้องดำเนินการขั้นสูงสุดต่อไป ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทของท่านด้วย

แล้วที่สำคัญควรตั้งคณะกรรมการในการทำงานดังกล่าวด้วยโดยให้ทางสหภาพมาร่วมในคณะกรรมการด้วย  ลองนำไปใช้ดูนะครับเมื่อเวลาเลิกจ้างจะได้ไม่มีปัญหา

ผู้แสดงความคิดเห็น บุคคล ณ หนองเสือ วันที่ตอบ 2010-02-19 08:58:35


ความคิดเห็นที่ 2 (3159399)

ตอบ คุณบุคล ณ หนองเสือ

ปัญจุบันทางผมเองก็ทำอยู่ ตั้งแต แสวงหาความร่วมมือ ประกาศนโยบาย ประชาสัมพันธ์ มีการสุ่มตรวจสารเสพติดทุกเดือน 100 เปอร์เซนต์ ตรวจยกแผนก หรือถ้ามีเบาะแสก็จะทำการเข้าตรวจทันที บุคคล ณ หนองเสือ ท่านอยู่ที่ใด เบอร์ติดต่อผมครับ 084-3853778

ตอนนี้กำลังหากลุ่มที่พบปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดภายในโรงงาน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข

ท่านใดมีปัญหาเดียวกัน โปรดติดต่อกลับครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น eakarat (eakarat-dot-pim-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-03 14:27:46


ความคิดเห็นที่ 3 (3170787)

อยากให้ตำรวจเข้าไปตรวจ จับ ปรับ ที่ โรงน้ำปลาคลองแปดวิลล่า สายหนองเสือ เนื่องจากมีข่าวว่าคนในโรงน้ำปลาเสพและขายด้วย รวมไปถึงอู่ซ่อมรถในย่านเดียวกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น น่าเบื่อมาก วันที่ตอบ 2010-04-15 17:07:19


ความคิดเห็นที่ 4 (3293827)

ถ้าหากมีพนักงานบางคนที่เขาอยากเลิกแล้วสมัครใจไปบำบัดยาเสพติดเพื่อที่จะเลิกยุ้งเกี่ยวกับมัน

ผู้แสดงความคิดเห็น 5 วันที่ตอบ 2012-07-26 21:31:35


ความคิดเห็นที่ 5 (3779034)

 เค้าเสพเพราะเค้าเหนื่อยต่อเนื่อง บางที่ลาก็ไม่อยากจะเซนต์ให้ บังคับให้ขาดงาน เพื่อไล่ออก มันยุติธรรมแล้วเหรอ จขกท

อยากได้แต่ผลงาน ทำนาบนหลังคน

ผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เหนื่อยบ่างก็แล้วไป วันที่ตอบ 2015-03-01 22:30:11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.