นายจ้างเลิกจ้างแบบนี้เป็นธรรมหรือเปล่าค่ะ? รบกวนตอบด่วนนะคะ กำลังมีปัญหาอย่างมาก


บริษัทที่ดิฉันทำงานอยู่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเดือนพนักงานล่าช้ามาเป็นเวลา4เดือนพอมีการทวงถามจากพนักงานเป็นจำนวนมาก บริษัทจึงประกาศขอหักเงินเดือนพนักงานทุกคนจำนวน 4 วันเป็นระยะเวลา 4 เดือนโดยให้หยุดงานเพิ่มจากวันหยุดประจำสัปดาห์เสาร์-อาทิตย์ อีก1.5วันโดยฝ่ายบุคคลแจ้งว่าบริษัทประกาศให้ชัวโมงทำงานเป็น48 ชั่วโมงสูงสุดตามกฎหมายแรงงาน(ซึ่งก่อนหน้านั้นทำงาน8.30-18.00น. หยุดเสาร์-อาทิตย์ได้เงินเดือนเต็มเดือน)แต่พอหลังจากประกาศใช้พนักงงานทุกคนยินยอมเพราะบริษัทให้เหตผลว่าเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายบริษัท แต่หลังจากหักเงินเดือนแล้วบร ถึงกำหนดต้องจ่ายเงินเดือนทุกวันสิ้นเดือนก็ไม่เคยจ่ายตรงวันและที่เลวร้ายกว่านั้นคือ จ่ายเงินเดือนไม่เต็ม 100% เช่น วันที่5จ่าย30%  เลื่อนไปอีก จนถึงวันที่ 15 จ่ายอีก 30%  จนกระทั่งวันที่ 23 ของอีกเดือนจึงจ่ายอีก40% พอพนักงานมาร้องเรียนฝ่ายบุคคลว่าต้องจ่ายค่าเบี้ยปรับล่าช้า หรือขอให้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะจ่ายเงินเดือนได้วันไหนก็ไม่ได้คำตอบและบริษัทไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆจนครบกำหนด 4 เดือนตามที่ตกลงกับพนักงานไว้ บริษัทจึงมีประกาศออกมาว่าบริษัทจะทำการลดจำนวนพนักงานบางส่วนเพื่อลดค่าใช้จ่ายบริษัทเพราะเกิดปัญหาเศรษฐกิจ(แต่จริงๆพนักงานทุกคยรู้ว่าภาวะเศรษฐกิจแค่บางส่วนแต่จริงมาจากการบริหารงานผิดพลาดและผู้บริหารเอาเงินจากรายได้บริษัทนี้ไปบริหารธุรกิจตัวใหม่โดยตั้งใจไม่จ่ายเงินเดือนเพราะต้องการกดดันให้พนักงานลาออกเองเพราะไม่ต้องการจ่ายค่าชดเชย)โดยมีการนำรายชื่อพนักงานทั้งหมดมาและผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้คัดเลือกพนักงานบางคนให้อยู่ต่อ บางคนให้ออกโดยมีทางเลือกดังนี้

1.พนักงานที่ออกคือคนที่อายุงาน1-3ปี เพราะจ่ายค่าชดเชยน้อย (3เดือนตามกฎหมายแรงงาน)แต่บริษัทต่อรองจ่ายแค่เดือนเดียว  ถ้าพนักงานคนใดไม่รับก็ให้อยู่ต่อ (แต่บริษัทไม่การันตีว่าถ้าอยู่ต่อจะได้รับเงินเดือนตรงเดือนหรือบริทจะเปิดอีกนานแค่ไหนเพราะพนักงานทุกคนรับรุ้ว่าบริษัทขาดสภาพคล่อง) แต่ถ้าใครไม่ยอมก็ให้ไปฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยเอาเอง

2. พนักงานที่ถูกเลือกให้อยู่คือพนักงานที่มีอายุงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง ซึ่งบริษัทให้เหตุผลในการเลือกไว้เพราะทำงานดีและอยุ่ด้วยกันมานาน (แต่ความจริงพนักงานบางคนไม่มีงานให้รับผิดชอบแต่บริษัทก็เลือกไม่ให้ออกเพราะถ้าให้ออกต้องจ่ายค่าชดเชย จำนวน 6 เดือน) แต่ถ้าพนักงานไม่พอใจการตัดสินใจของบริษัทก็สามารถเขียนใบลาออกได้เลยโดยบริษัทไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะถือว่าสมัครใจลาออก

ดิฉันเป็นคนที่อยู่ในเกณฑ์ข้อ 2 แต่เนื่องจากดิฉันว่ามันไม่ยุติธรรม และได้สอบถามผู้บริหารกลับไปว่าเมื่อเราถูกเลือกให้ทำงานต่อบริษัทจะการันตีหรือให้ความมั่นใจเราได้หรือไม่ว่าหลังจากนี้บริษัทจะจ่ายเงินเดือนตรงเวลาแต่บริษัทตอบกลับมาว่าไม่สามารถให้คำตอบหรือการการรันตีว่าจะจ่ายเงินเดือนให้ตรงเวลาซึ่งถ้าดิฉันทนไม่ได้อีกหนึ่งหรือสองเดือนข้างหน้าก็ต้องเขียนใบลาออกเอง ดิฉันจึงถามต่ออีกว่าบริษัทใช้เกณฑ์อะไรในการจะคัดคนออก บริษัทก็บอกว่าไม่ขอตอบ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทไม่เคยมีการประเมินผลการทำงานของพนักงานเลยและไม่มีการขึ้นเงินเดือนมาเป็นเวลา 1 ปี ไม่มีโบนัส  ถ้าเป็นแบบนี้ดิฉันจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายจากความไม่เป็นธรรมจากบริษัทนี้ได้มั๊ยค่ะ  แล้วดิฉันควรทำอย่างไรดี  ขอคำตอบด่วนนะคะ ..

 



ผู้ตั้งกระทู้ คนทำงาน :: วันที่ลงประกาศ 2009-08-06 14:40:32


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3040222)

ข้อ 1 นายจ้างไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยต่ำกว่าที่กฎหมายระบุได้ แต่อาจทำข้อตกลงกับลูกจ้างในการขอผ่อนชำระเป็นงวด โดยเสียดอกเบี้ยหรือไม่เสียดอกเบี้ย ก็แล้วแต่ลูกจ้าง  หรือ ลูกจ้างใจดี แจ้งความจำนงค์ว่าจะขอรับตามที่นายจ้างเสนอก็ได้ แล้วแต่ลูกจ้าง ซึ่งมีให้เห็นกันทั่วไปในขั้นประนีประนอมในศาล  หากอยู่ทำงานต่อไม่รับประกันว่าจะได้เงินเดือนครบและตรงตามกำหนดหรือไม่ กรณีนี้ลูกจ้างก็สามารถไปฟ้องเจ้าหน้าที่ สรจ ได้ เพราะมีกฎหมายระบุชัดเจน ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามกำหนด ต้องจ่ายดอกเบี้ย

ข้อ 2 ถ้าพนักงานเขียนใบลาออก ก็สามารถมองได้ว่าพนักงานเจตนาลาออกเอง นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เมื่อไปถึงศาลก็ต้องดูว่าถูกบีบบังคับหรือไม่ เพราะทำงานอยู่ต่อไปก็ถูกบีบ ไม่จ่ายเงินเดือน ถึงจ่ายก็จ่ายไม่ตรง รายได้ไม่พอใช้ ก็ต้องเขียนสำนวนฟ้องให้ดีๆ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ควรมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ สรจ ด้วย เพื่อเป็นหลักฐาน

การไม่ขึ้นเงินเดือนและไม่จ่ายโบนัส ต้องดูว่าระเบียบข้อบังคับหรือสภาพการจ้าง ระบุว่าอย่างไร มีข้อตกลงว่าต้องขึ้นเงินเดือนทุกปี และ จ่ายโบนัสทุกปีหรือไม่  ซึ่งส่วนมากหากไม่มีข้อตกลงกับสหภาพหรือกลุ่มลูกจ้าง นายจ้างจะถือเป็นอำนาจบริหารและตั้ดสินในของนายจ้างฝ่ายเดียว หากเป็นเช่นนี้ ก็ไม่สามารถฟ้องร้องนายจ้างได้

กรณีที่มีเหตุให้ไม่สามารถทนทำงานกับนายจ้างต่อไปได้ ทางที่ดี อย่าดูแต่ในแง่กฎหมายอย่างเดียว น่าจะมีการพูดคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตางมาอย่างเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะอย่างน้อยนายจ้างก็เคยให้งานและอาชีพและรายได้กับเรามาก่อน นอกจากว่า พูดด้วยเหตุและผลแล้วยังไม่เข้าใจ ที่นี้ก็แนะนำให้ ทำตามข้อแนะนำที่ 1 และ 2

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พงษ์ วันที่ตอบ 2009-08-14 12:14:57


ความคิดเห็นที่ 2 (3041043)

ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ แล้วสรจ. เนี่ย หมายถึงอะไรคะ  แล้วต้องไปติดต่อที่ไหน รบกวนแนะนำด้วยนะคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทำงาน วันที่ตอบ 2009-08-17 12:24:43


ความคิดเห็นที่ 3 (3041109)

สรจ  = สำนักงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัวหวัด ครับ  ทุกจัวหวัดจะมีครับ ที่ตั้งส่วนมากก็อยู่ในส่วนราชการของจังหวัดนั้นๆ  ในกรุงเทพก็จะมีเกือบทุกเขตครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พงษ์ วันที่ตอบ 2009-08-17 14:43:55


ความคิดเห็นที่ 4 (3041667)

  เคยมีเจ้าหน้าที่ของกรมแรงงานเข้ามาตรวจสอบแล้วค่ะ และก็ได้เอกสารการจ่ายเงินเดือนล่าช้าเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนั้นผ่านมา จะ สองเดือนแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทำงาน วันที่ตอบ 2009-08-19 10:23:32



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.