กรณีนี้ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนขณะที่ยังทำงานอยู่หรือไม่ครับ?


ผมทำงานในบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งครับ ต่อมาผมโดนข้อหาทุจริต(โดยมิได้เจตนา) เนื่องจากผมได้เซ็นในเอกสารการถอนเงินของลูกค้าจำนวนไม่เกิน 2,000 บาท เพื่อนำไปฝากเงินให้ลูกค้า โดยตั้งใจว่าจะนำไปให้ลูกค้าเซ็นทีหลังเนื่องจากไม่สะดวกในการเดินทางไปพบ ซึ่งตอนทำรายการผมก็โทรแจ้งลูกค้าให้ทราบทุกครั้ง  ต่อมาผมก็กลับลืมเนื่องจากต้องเลิกงานดึกจนไม่สามารถนำไปให้ได้ และลูกค้าก็ไม่ว่างที่จะมาเซ็น

จากนั้นหัวหน้าก็ตรวจพบ และบอกว่าเป็นข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ผมตั้งใจรับความผิดแต่โดยดี หัวหน้าเห็นว่ามาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และก็ไม่ได้นำเงินไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว อีกทั้งผมก็ได้แจ้งต่อลูกค้าให้ทราบแล้วซึ่งเค้าก็ไม่ติดใจเอาความเนื่องจากไม่ได้เกิดความเสียหายใดๆ เลย

หัวหน้าสั่งให้ผมยื่นใบลาออก โดยบอกเหตุผลว่าจะทำให้ไม่ติดในประวัติการทำงานของผมอย่างแน่นอน และให้ผมทำงานตามปกติเพื่อรอการสอบสวนจากคณะกรรมการ ผมจึงกระทำตามแต่โดยดี

เมื่อคณะกรรมการมาสอบสวน ก็เห็นว่าเนื่องจากผมอายุยังน้อย และขยันทำงานมาเป็นเวลานาน อีกทั้งสิ่งที่ทำไปนั้นมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์  และลูกค้าก็มิได้ติดใจเอาความใดๆ จึงให้ผมทำงานต่อและได้รับเงินเดือนตามปกติ ไปก่อน เพื่อรอพิจารณาผลอย่างจาก สนญ.

ผมทำงานประมาณหนึ่งเดือนเต็ม และก็ยังมิได้เงินเดือนเลย ต่อมา หัวหน้าก็สั่งให้ผมไม่ต้องมาทำงานอีกตั้งแต่วันถัดไป และบอกว่า ทาง สนญ.พิจารณาว่าไม่อยากให้ผมมีประวัติเสียในการทำงาน จึงเห็นควร ‘ให้ออก’ โดยสัญญาว่าจะออกใบรับรองการทำงานของผมให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

ผมจึงถามถึงเงินเดือนที่ผมควรจะได้รับรวมถึงค่าโอทีและค่าคอมมิชชั่น  และเงินต่างๆที่บริษัทสัญญาว่าจะให้ หัวหน้าก็ไม่แน่ใจบอกว่ารอคำสั่งออกก่อน

                ตอนนี้เป็นเวลา 4 เดือนแล้วครับ ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัทเลย พอโทรไปเค้าก็บอกว่ายังอยู่ในช่วงพิจารณาก่อนทุกครั้ง  ถามคนในบริษัทก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็น

 

ผมจึงอยากรบกวนช่วยให้คำปรึกษาหน่อยครับว่า

1.        ไม่ทราบว่าผมทำถูกหรือไม่ที่ยื่นใบลาออกก่อนคณะกรรมการจะมาตัดสิน เพราะมีบางส่วนแนะนำว่าผมยังไม่ควรตัดสินใจยื่นใบลาออก (อาจเพราะเหมือนกับการจงใจทำแล้วหนีความผิด)  โดยเห็นว่าหากมีการพิจารณาแล้วยกโทษให้ ก็จะให้ผมกลับมาทำงานตามเดิม เพียงแต่ย้ายที่ทำงานและเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ (แบบห้าสิบห้าสิบครับ)  

        คณะกรรมการที่มาสอบสวนได้สอบถามผมว่าทำไมจึงตัดสินใจลาออก ควรรอผลพิจารณาก่อน ทำให้ผมจึงรู้ว่าการให้ผมยื่นใบลาออกทันทีนี้เป็นการตัดสินใจของหัวหน้าแต่เพียงผู้เดียว  (โดยก่อนที่ผมจะเข้าไปสอบสวนก็มีคนของหัวหน้าแอบมาบอกผมว่า ห้ามบอกคณะกรรมการว่าหัวหน้าเป็นคนสั่งให้ลาออกครับ)??

 

2.   ตอนนี้ผมต้องทำอย่างไรดีครับ จะรอต่อไปดีหรือไม่ เพราะเงินค่าชดเชยต่างๆ ในการออกจากงานผมทราบดีอยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ และก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย แต่เงินเดือนและเงินค่าล่วงเวลาต่างๆในขณะที่ทำงานอยู่ ผมยังมีสิทธิ์ที่จะได้หรือไม่ครับ (เป็นเงินประมาณสองหมื่นกว่าบาท) ผมต้องทำอย่างไรดี เพราะกลัวว่าหากโทรไปเพื่อเรียกร้องเงินส่วนที่เหลือบ่อยๆ กลัวเค้าจะรำคาญและกลับคำพูดที่ว่าจะไม่ให้มีประวัติเสียในการทำงานของผม

                                                                                                              ขอบพระคุณมากครับ



ผู้ตั้งกระทู้ Ratthaphon :: วันที่ลงประกาศ 2009-04-23 11:02:51


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2998562)

- สิ่งที่คุณทำพลาดไปคือ เชื่อหัวหน้าและด่วนลาออกก่อน

- ความคิดเห็นของผม คิดว่าเวลาล่วงมาถึง 4 เดือน คณะกรรมการสอบสวนคงตัดสินผลไปเรียบร้อยแล้ว และตามกฎหมายไม่ว่าอย่างไร ถ้าคุณไม่ได้ทำการทุจริตจริง คุณต้องได้เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชั่น ซึ่งผมไม่ทราบว่าระบบการจ่ายเงินเดือนของบริษัทคุณเป็นอย่างไร มีโอกาสที่หัวหน้าของคุณจะเก็บเงินนั้นไว้หรือไม่ อยากให้คุณลองพิจารณาดู

- ผ่านมาถึง 4 เดือน ขอแนะนำให้คุณติดต่อกลับไปที่บริษัทอีกครั้ง ขอคำยืนยันให้ชัดเจนว่าจะจบเรื่องราวทั้งหมดได้เมื่อไหร่? หากยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดอีกหรือบอกให้คุณรอต่อไป ก็ไม่ต้องรออีกแล้ว เดี๋ยวจะหมดอายุความกันพอดี ให้ไปฟ้องร้องต่อศาลแรงงานประจำพื้นที่ เรียกร้องสิ่งที่คุณควรได้รับ ไม่ต้องกลัวประวัติการทำงานเสีย หากคุณไม่ได้ทำผิด บริษัทก็เอาความผิดมาโยนให้คุณไม่ได้ หรือถ้าโยนมาก็ฟ้องกลับไปเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น espresso_29@HR วันที่ตอบ 2009-04-23 17:16:51



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.