ไล่ออกไม่เป็นธรรม


สวัสดีค่ะ

 

หนูอยากสอบถามเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานผู้ที่โดนไล่ออกหนูทำงานอยู่บริษัทโฆษณาแห่งเริ่มเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 48 จนถึง 23 ธ.ค. 51 รวมทั้งสิ้น 3 ปี 10 เดือน ซึ่งหนูโดนไล่ออกแบบไม่เป็นธรรมเรื่องเริ่มมาจากหนูจะต้องทำงานนอกสถานที่วัน ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ ซึ่งทางบริษัทได้แจ้งว่าหากพนักงานท่านไหนทำงานนอกสถานที่ในเขต กทม.จะต้องได้ค่าแรงวันละ 350 บาท ซึ่งหนูก็ได้ทำเบิกและได้มาทุกครั้งแต่ช่วงหลังเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 51 หนูกลับไม่ได้ค่าแรงในวันศุกร์มา 2-3 ครั้งจึงได้โทรสอบถามกับทางฝ่ายบัญชีซึ่งได้คำตอบว่าหัวหน้าแผนกไม่ให้ให้เคลียร์กับทางหัวหน้าแผนกเองซึ่งหนูก็ได้โทรสอบถามกับหัวหน้าแผนกโดยทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้หัวหน้าแผนกเรียกเข้าพบในตอนเย็นวันดังกล่าวและได้แจ้งว่าไล่หนูออกซึ่งเขาให้เหตุผลว่า หนูไม่เกรงใจเขา , หนูไม่ช่วยงายเขา ,ย้ายแผนกมาก็ไม่ได้ช่วงแบ่งเบางานเขาได้ ,และหนูมาสาย ซึ่งการมาสายนั้นหนูขอบอกว่าบริษัทที่หนูเข้าทำงานไม่มีการตอกบัตรแต่มีการ์ดให้เขาออฟิศซึ่งจะบันทึกเวลาแต่หากทำงานล่วงเวลาก็ไม่มีสวัสดิการให้ค่ะ(ซึ่งพนักงานบางแผนกก็มาสายกันมากบ้างก็มาเที่ยงก็มีแต่สำหรับหนู งานเข้า 8.30 น.หนูมาถึงประมาณ 9.00 น.ไม่เกิน 9.30 น.และอีกอย่างบริษัทย้ายที่ตั้งใหม่มาได้ประมาณ 2-3 เดือนและที่เก่ากไม่มีการเช็คเวลาเช่นเดียวกันไม่มีการตอกบัตรไม่มีการ์ดด้วยในส่วนเรื่องที่หนูย้ายแผนกนั้นทางเจ้าของบริษัทแจ้งว่าให้มาช่วยงานหัวหน้าแผนกคนล่าสุดแต่ให้เอางานที่ถืออยู่มาด้วยหากมีงานของหนูก็ให้ทำและมาช่ววยงานแผนกนี้ซึ่งหนูก็ทำงานของหนูโดยไม่มีข้อบกพร่องและหากหัวหน้าแผนกให้ทำงานอะไรหนูก็ทำให้แต่บางครั้งก็มีเถียงกันบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงกับทะเลาะกันแต่สุดท้ายหนูก็ทำงานให้เขาเสร็จตามที่ได้รับมอบหมายแต่หนูก็โดนเขาไล่ออกซึ่งจริงๆแล้วเขาจะให้มีผลตอนสิ้นเดือนตุลาคมเนื่องจากช่วงวันที่ 16-25 ตุลาคม 2551 หนูมีงานค้างที่จะต้องออก BOOTH และเมื่อจบงานดังกล่าวทางหัวหน้าแผนกคนเก่าได้เรียกหนูเขาไปคุยว่ายังไงทางหัวหน้าคนล่าสุดเขาก็จะอาหนูออกซึ่งทางหัวหน้าแผนกคนเก่าแจ้งว่าถ้าทางบริษัทเขาให้ทำอะไรก็ทำไปเหอะเดี๋ยวถ้ายังไงซักพักเขาก็จะได้เรียกกลับมาทำงานใหม่หรืออาจจะมีงานก็จะด็โยนให้หนูทำเป็นลักษณะ FREELANCE ซึ่งหนูก็บอกว่าแล้วถ้าจะเอาหนูช่วยงานแล้วจะให้หนูออกทำไมซึ่งเขาก็บอกว่าหัวหน้าคนล่าสุดเป็นคนสั่งการมาเขาช่วยอะไรไม่ได้และเขาก็พูดอีกว่าถ้าทางบริษัทให้ทำอะไรก็ทำไปเหอะหนูก็เลยบอกว่าเขาจะให้หนูเขียนใบลาออกเองซึ่งทางหัวหน้าคนเก่าแจ้งว่าถ้าเขาให้เขียนก็เขียนเพราะเขาจะได้ออกใบรับรองว่าเราทำงานที่นี่หนูก็ได้ตอบกลับไปว่าหนูไม่เขียนเขาก็บอกให้หนูคิดให้ดีๆหลังจากวันนั้น 1 วันทางหัวหน้าคนล่าก็เรียกเข้าพบและได้แจ้งว่าพี่ได้คุยกับทางหัวหน้าฝ่ายบุคคลแล้วว่าซึ่งทางฝ่ายนั้นเขาไม่ยอมยังไงเขาก็จะเอาหนูออกซึ่งทางหัวหน้าคนล่าสุดแจ้งว่าพี่ก็ช่วยได้แค่ให้อยู่ถึงสิ้นปี 51 และใกล้วันสิ้นปีให้เขียนใบลาออกมาตั้งไว้ที่โต๊ะพี่แล้วกันและหนูก็อยู่ต่อแต่มันเหมือนเป็นการกดดันเพราะเขาไม่ให้งานหนูทำเลยส่วนงานที่หนูดูแลอยู่ก็มีเข้ามาปละปลายเพราะมันใกล้สิ้นปีแล้วและพอเดือน ธันวาคม 2551 ทางหัวหน้าแผนกคนล่าสุดเขาก็ให้พนักงานใหม่เข้ามาและได้ขอโต๊ะหนูเครื่องคอมหนูให้เขาใช้โดนบอกหนูว่าให้เขาหาข้อมูลช่วงนั้นหนูรู้สึกโดนกดดันมากๆค่ะและหนูก็เลยไม่อยากไปทำงานบางก็ลากิจบ้างก็ไปสายบ้างก็ลาป่วยบ้างก็ออกก่อนเวลาซึ่งตั้งแต่ที่หนูทำงานมาหนูแทบจะไม่ลาเลย (ซึ่งตรงนี้หนูก็รู้ว่าหนูผิดนะค่ะแต่ทำไงได้กหนูไปถึงก็ไม่มีที่นั่งไม่มีอะไรทำต้องมานั่งที่โซฟา)และพอวันที่ 23 ธันวาคม 2551 หนูก็โดนฝ่ายบุคคลเรียกพบ (ซึ่งตรงนี้หนูได้อัดการสนทนาไว้ทางโทรศัพท์ด้วยค่ะ)ทางหัวหน้าฝ่ายบุคคลแจ้งว่าให้หนูเอาอุปรณ์สำนักงานมาคืนซึ่งหนูก็ได้แจ้งว่าให้กับเด็กที่เข้าใหม่ไปแล้วเขาก็บอกให้ไปคืนเขาและขาก็บอกว่าพี่คิดว่าเธอคงไม่อยากทำงานที่นี่เพราะถ้าอยากทำงานต้องทำตัวให้ดีกว่านี้มาให้ตรงเวลาออกให้ตรงเวลาหนูก็ตอบว่าค่ะ หนูก็เลยถามเรื่องเงินเดือนเขาก็บอกว่าเดี๋ยวเขาโอนให้โบนัสเขาก็บอกว่าทำไมหนูต้องได้ในเมื่อโบนัสเป็นเงินที่บริษัทจะพิจารณาให้ใครก็ได้เข้าใจไหมหนูก็ตอบว่าไม่เข้าใจและนูก็บอกว่าหนูเคยได้มาทุกปีและเขาก็บอกว่าแต่ปีนี้เธอไม่ได้เพราะเธอทำงานไม่ดีเธอโดนไล่ออกหนูก็เลยถามสาเหตุเขาก็บอกว่าให้หนูคุยกับหัวหน้าแผนกเพราะหัวหน้าแผนกเป็นคนสั่งการมาซึ่งเขาก็ทำตามที่หัวหน้าแผนกสั่งการมาและเขาก็ถามว่ามีอะไรจะถามอีกไมหนูก็ตอบว่าไม่มี  อ่อมีอีกเรื่องค่ะ ปกติหนูจะได้เงินเดือนอยู่ 21500 ซึ่งหักประกันสังคม หักภาษีแล้ว คงเหลือ 20,506 บาท ทุกเดือน แต่ช่วง 2 เดือนหลัง หนูได้แค่ 19006 บาทค่ะเขาไม่ให้ค่าโทรศัพท์หนู ซึ่งตรงนี้หนูได้ทำการฟ้องศาลแรงงานแล้วค่ะและในวันที่ 26 ก.พ. นี้ศาลได้นัดไกล่เกลี่ย (ซึ่งทางศาลได้เรียกค่าชดเลยให้ 6 เดือน รวมทั้งค่าโทรศัพท์ที่ค้างไว้ 2 เดือนและมีค่าชดเชยอีก 30 วันค่ะ)

** ตอนเข้าทำงานไม่มีการเซ็นตสัญญาค่ะ ไม่มีสลิปเงินเดือน,ไม่มีการเซ็นต์ชื่อในการรับเงินแต่เงินโอนผ่านแบงค์แล้วแบบนี้จะได้ค่าชดเชยไหมค่ะ

 

คำถาม

1.        หนูอยากทราบว่าหนูจะชนะและได้เงินชดเชยในส่วนที่เรียกร้องไหมค่ะ

2.        ถ้าหากฝั่งจำเลยไม่มาตามที่ศาลนัดไกล่เกลี่ยจะเกิดอะไรค่ะ

3.        ตอนนี้หนูยังไม่ได้งานและเพิ่งไปยื่นประกันสังคมไว้ทางประกันสังคมจะชดเชยรายได้ให้ไหมค่ะ (ซึ่งเขาแจ้งว่าต้องให้คดึงที่สิ้นสุดก่อนค่ะ)

4.        ทางบริษัทไม่เคยแจกใบทวิ 50 ให้เลยค่ะและเมื่อปี50หนูได้ทำลดหย่อนไปหนูก็ไม่ได้เงินภาษีคืนเลยค่ะรวมทั้งปี51 ด้วยค่ะแล้วจะเรียกย้อนหลังได้ไหมค่ะซึ่งตอนนี้หนูก็ยังไม่มีหลักฐานการยื่นภาษีเลยค่ะซึ่งได้แจ้งทางบริษัทแล้วเขาบอกว่าจะเตรียมให้ในวันที่ 15 มี.ค 52

5.        วันที่ 26 ก.พ. 52 ทางศาลได้มีการนัดไกล่เลี่ยหากจำเลยไม่ไปตามศาลนัดหนูอยากทราบว่าจะมีความผิดหรือไม่และจะมีการนัดอีกกี่ครั้งหรือคดีเป็ที่สิ้นสุด

6.        ทางศาลได้เรียกค่าชดเชยให้ 129,000 ค่าสินจ้างแทนการบอกล่าวล่วงหน้าจนถึงวันจ่ายสินจ้างนเคราวถัดไปข้างหน้าคือ วันที่ 31 มกราคม 2552 รวม 39 วัน เป็นเงิน 27,950 และค่าโทรศัพท์จากอีก 3,000 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 159,950 บาท หนูอยากทราบว่าเขาจะจ่ายตามที่เรียกร้องงหรือมีการอะไรเกิดขึ้นหรือไม่

7.        เมื่อหนูออกจากบริษัทเก่าทางบริษัทลูกค้าก็ไม่ทำการจ้างบ.เก่าต่อแต่เขามาจ้างหนูแทนแบบนี้ผิดไหมค่ะ

 

รบกวนช่วยตอบคำถามเพื่อไขข้อข้องใจให้หนูด้วยนะค่ะ

 

 

ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ ความยุติธรรม :: วันที่ลงประกาศ 2009-02-23 12:54:41


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2976207)

1.ศาลจะเป็นผู้พิจารณาครับ

2. ศาลจะดำเนินการตามกระบวนการ

3. ถ้าสิ้นสภาพความเป็นลูกจ้างแล้ว ก็แจ้งประกันสังคมได้เลย

4. รอรับเอกสาร

5. จำเลยไม่ไปตามที่ศาลนัด ศาลอาจออกคำสั่งเรียก และถ้าไม่มาศาลอาจพิจารณาและตัดสินลับหลังจำเลย

6. อยู่ที่ศาลท่านจะตัดสิน

7. ไม่ผิดครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น espresso_29 (espresso_29-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-24 14:05:05



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.