นายจ้างกำลังจะยกเลิกสวัสดิการ รถรับส่ง ช่วยด้วยครับ


เรื่องมีอยู่ว่า ทาง บริษัทฯ ที่ผมทำงาน มานานมาก 10 ปี แล้วครับ และได้เลือกใช้ สวัสดิการ รถรับส่ง ตั้งแต่เเรก เข้า ในการเดินทางมาทำงาน  บริษัทฯ อยู่ห่างจากบ้าน ประมาณ 75 กิโลเมตร  ครับ เริ่มแรก มีพนักงาน ใช้บริการ ประมาณ 10 คน ในสายที่ผมใช้บริการ

เป็นรถ ตู้ปรับอากาศ  มี 2 สาย บริการ

พอปี 2545 ทางบริษัทฯ ก็เพิ่ม สวัสดิการ เงินช่วยเหลือค่าเดินทาง เป็นทางเลือก อีกทาง ให้พนักงาน เลือกใช้ได้ อีกหนึ่งทางเลือก ผมก็ยังเลือก ใช้บริการรถรับส่งเช่นเดิม ครับ  แต่เหลือพนักงาน ขึ้น อยู่ 5 คน สำหรับ รถคันที่ผมใช้บริการ

ปัจจุบัน ทางบริษัท เรียกตัวแทน สวัสดิการเข้าไปเจรจา เรื่อง ยกเลิก สวัสดิการ รถรับส่ง เพราะค่าใช้จ่ายสูง  ต่อคน  บริษัทฯ เสนอ ทางเลือกให้ 2 ทาง คือ

1. ยกเลิกสวัสดิการ รถรับส่ง โดยเปลี่ยนให้ใช้ สวัสดิการ เงินช่วยเหลือค่าเดินทาง

2. ให้พนักงาน จัดหา จำนวน คนขึ้นรถรับส่ง ต่อ สาย ไม่น้อยกว่า 10 คน

อยากทราบว่า ทาง บริษัทฯ สามารถ ทำได้หรือไม่ ครับ จะผิดต่อ มาตตรา 20 แรงงาน สัมพันธ์ หรือไม่ครับ

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ คนมีทุกข์ :: วันที่ลงประกาศ 2008-10-14 13:36:08


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2922695)
บริษัทกำลังขอเปลี่ยนแปลงสวัสดิการ โดยมีแนวทางให้ลูกจ้างเลือก เพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการให้เกิดประโยชน์สูงาดทั้งสองฝ่าย คุณควรทบทวนดู วิธีใดเหมาะกับคุณที่สูดก็เลือก ยังไม่ผิดอะไรเป็นข้อเสนอของนายจ้าง ถ้าคุณไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็ไม่ผิดกฏหมาย แต่จะผิดใจนายจ้าง เรื่องบางเรื่องต้องฟังเหตุผลกัน อย่าดันทุรังจะอยู่ยาก ให้คิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ
ผู้แสดงความคิดเห็น แอ วันที่ตอบ 2008-10-14 15:31:02


ความคิดเห็นที่ 2 (2928487)

รบกวน อ่านหน่อย มันอาจจะยาวไปนิด

ผมเข้าใจ ถึง แนวทาง ใหม่ ครับ แต่บริษัทฯ ไม่สนใจ ในความเดือดร้อน ที่เกิดขึ้น กับ พนักงาน เลย แม้แต่น้อย  คงเพราะเป็นเสียงส่วนน้อย ก็เป็นได้

ท่านผู้ให้ความคิดเห็น รองพิจารณา รายละเอียดนี้ อีกทีครับ

ในทางเลือกที่ ทางบริษัทฯให้มา ผมทบทวน แล้ว  เพราะเค้าให้มาดูเหมือนจะเป็นทางเลือกเดียว เพราะว่าอีกทางเลือก มันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะมีพนักงาน ที่ใช้บริการเพียง 7 คน ยังไม่ถึง 10 คน อยู่ดี

ผม คำนวน ค่าน้ำมันไปกลับ จากระยะทาง 150 กิโลเมตร นั้น เคยนำรถยนต์ ตัวเอง ซึ่ง เก่ามาก มาวิ่งไปกลับแล้ว ค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน ไปกลับ ประมาณ 350 บาท เอาคูณ กันกับวันทำงาน 26 วัน เป็น เงิน 9,100 บาท แต่ บริษัทฯ เสนอ ให้ ตาม ลำดับ ขั้น ของ พนักงาน

พนักงาน ลำดับ 5  ให้ ที่ 3,500 บาท

พนักงาน ลำดับ 4 ให้ที่ 5,500 บาท

พนักงาน ลำดับ 3 ให้ที 7,500 บาท

กลุ่มที่ให้ สวัสดิการ รถรับส่ง 7 คน  ส่วนใหญ่ อยู่ที่ ลำดับ 4

คือ 5,500 บาท  ทุกคนได้รับความเดือดร้อน หมด

คือ ต้องเสียส่วน ต่าง จำนวน 3,600 บาท ต่อเดือน ซึ่งยังไม่รวม ค่าสึกหรอในกรณีที่นำรถยนต์มาเอง ซึ่งคงไม่ต้องเอ่ยถึง

เงิน จำนวน ไม่น้อย เลย สำหรับ ลูกจ้าง รายเดือน

ในขนะที่ ตรงกันข้าม ทาง บริษัทฯ จ่าย เงิน ก้อนนี้ ให้ พนัก งาน 7 คน  เอา คูณ 5,500 บาท เป็น เงิน 38,500 บาท ก็จบ ไม่ต้องรับ ผิดชอบ ใดๆ อีก แถมยังได้ส่วน ต่างที่เคยต้องจ่าย ให้ รถรับส่ง เป็น หลัก เเสน บาท ไปเป็น ผลงาน ของคนทำเรื่องนี้ 

ผม เข้าใจ ครับ ว่า ต้อง ประหยัด ต้องเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยน แปลง แบบ ไม่สนใจ ความเดือดร้อน ของ พนักงาน โดยเอาประโยชน์ เเต่ฝ่ายเดียว เพราะอ้างว่า ได้ให้สิทธิ ตามสวัสดิการแล้ว โดยใช้ช่องว่าง ที่สามารถทำได้

แม้กระทั่ง ผู้ให้ความเห็น ที่ได้อ่าน ยัง เข้าใจ แต่ทาง กลับกัน คนที่เดือดร้อน กลับ ถูกมอง ว่า ดันทุรัง  หากเป็นสิ่งที่ ไม่เคยถือปฏิบัติ มาเป็นเวลา 10 ปี ที่ทำงาน อยู่ ก็คงจะเป็นอย่างว่า

ผมก็เข้าใจ บริษัทฯ นะ เรื่องประหยัด แต่ก็อยากขอให้บริษัทฯ เข้าใจผมบ้าง

แรงงาน สัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ...

# ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน

# ทั้งสองฝ่ายรู้หลัก "การให้" และ "การรับ "

# มีระบบการสื่อข้อความที่มีประสิทธิภาพ

# มีการบริหารที่เป็นระบบ ระเบียบ และเป็นธรรม

# รู้จักรับฟังเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่ง

# ไม่เชื่อบุคคลภายนอก จนเกิดความหวาดระแวงอีกฝ่ายหนึ่ง

# ถือปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเคารพในสิทธิ หน้าที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง

ฝ่าย ลูกจ้าง เข้าใจฝ่ายนายจ้าง ที่ต้องการ ลดภาระ ค่าใช้จ่าย ครับ แต่การจะทำอย่างนั้นได้ ฝ่ายนายจ้าง ล่ะเข้าใจ ลูกจ้าง หรือ เปล่า ครับ 

รบกวน ทุกท่าน ที่เข้ามาอ่าน ให้ความเห็นด้วย ครับ รับฟัง ทุกความเห็นครับ ถ้าหาทางออกมาเสนอด้วย ก็ยึ่งดีครับ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนมีทุกข์ วันที่ตอบ 2008-10-27 14:23:52


ความคิดเห็นที่ 3 (2937643)

ลองรวมเงินจ้างรถรับ-ส่งกันเองสิค่ะ ว่าขับรถรับ-ส่งเส้นทางนี้ ราคาเท่าไหร่  ก็ลองถามคนที่เขารับจ้างขับรถดูก่อนก็ได้ แล้วค่อยตัดสินใจ ไม่แน่เงินที่ได้รับจากบริษัทอาจจะเหลือก็ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น นา วันที่ตอบ 2008-11-17 13:25:40



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.